ประวัติความเป็นมาของขนมไทยโบราณที่มีชื่อว่าลูกชุบ

ลูกชุบ เป็นของหวานประจำถิ่นของชาติประเทศโปรตุเกส ในดินแดน อัลการวี  ที่เรียกว่า Massapa’es โดยจะใช้เม็ดอัลมอนด์เป็นส่วนประกอบหลัก กวนกับน้ำตาลแล้วก็น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะกอก ประดิษฐ์ปั้นเป็นรูปต่างๆใช้สำหรับแต่งแต้มหน้าขนมเค้ก ซึ่งเข้ามาในไทยในยุคสมเด็จพระที่นารายณ์มหาราช พศ. 2199-2231 โดยผู้นำเข้ามาเป็น มาดามดอนญา มาเรีย กิอูมาร์ เดอ ปิที่นา หรือที่รู้จักกันในชื่อ ท้าวทองคำกีบม้า โดยได้นำถั่วเขียวมาใช้แทนเม็ดอัลมอนด์ แปลงเป็นของหวานลูกชุบ ซึ่งวิธีการทำลูกชุบมักนิยมทำด้านในวัง เพื่อกิน รวมทั้งมอบให้แก่เด็กๆในตอนเทศกาลสำคัญ

ลูกชุบขนมไทยโบราณในปัจจุบัน

ตอนนี้ลูกชุบได้มีการทำอย่างมากมายตั้งแต่ในระดับครอบครัว จนกระทั่งระดับโรงงาน โดยการปรับเปลี่ยนปั้นในรูปแบบต่างๆให้มีความมากมายหลากหลายของรูปร่าง และก็สีสันมากขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่ ปั้นเป็นรูปลูกหมู รูปนก รวมทั้งรูปหัวใจ นอกนั้นยังมีการนำลูกชุบไปประดับประดาตกแต่งบนหน้าขนมเค้ก ไอศกรีม แล้วก็วิธีการทำวุ้นลูกชุบ ซึ่งนำมาซึ่งการทำให้มีผู้พอใจ และก็อยากได้ที่จะบริโภคลูกชุบเยอะขึ้น
ทั้งยังยังมีการตั้งขึ้นสถานที่เรียนสอนทำลูกชุบ รวมทั้งการทำเป็นตัวอย่างวิธีการทำลูกชุบเกิดขึ้น นอกจากนั้น ยังมีแผนการจำนวนมากที่ถูกทำขึ้น เพื่อการส่งเสริมขนมไทยโบราณ ตัวอย่างเช่น แผนการเกื้อหนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) แล้วก็โครงงานสงวนขนมไทยโบราณ เป็นต้น

แนวโน้มลูกชุบในอนาคต

เมืองไทย เริ่มมีการนำลูกชุบมาใช้ในงานรวมทั้งเทศกาลต่างๆมากเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การปั้นเป็นรูปหัวใจในวันวาเลนไทน์ การจัดตะกร้าเพื่อมอบในวันปีใหม่ การจัดพานผลไม้มงคลเนื่องในวันเกิด ลูกชุบของหวานไหว้พระจันทร์ เป็นต้น

และก็เริ่มมีการผลิตเครื่องปั้นลูกชุบ เพื่อใช้แทนการปั้นด้วยมือ สนับสนุนให้มีการขยายตลาดเพื่อการส่งออกไปต่างประเทศ โดยมีหน่วยงานภาครัฐรวมทั้งภาคเอกชนรอให้การส่งเสริม อาทิเช่น ศูนย์บริหารจัดแจงเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) ฯลฯ

ลูกชุบในสมัยก่อนนั้น สร้างขึ้นเฉพาะข้างในวัง เพื่อมอบให้แก่เด็กในจังหวะที่สำคัญ แต่ว่าในขณะนี้ได้มีการทำอย่างล้นหลามขึ้น มีการสร้างรายได้ ตั้งแต่ธุรกิจระดับครอบครัว จนกระทั่งระดับโรงงานอุตสาหกรรม และก็ในอนาคต ลูกชุบจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องมาจากมีการส่งออก แล้วก็มีการดีไซน์สินค้าในรูปแบบใหม่ๆทั้งยังยังมีการเปิดหลักสูตร สอนทำลูกชุบ เพื่อเป็นการรักษาลูกชุบไว้ให้ดำรงอยู่คู่กับสังคมไทยสืบต่อไป
สุดท้าย ลูกชุบจะดำรงอยู่สืบไป แม้ทุกคนหันมาด้วยกันสงวนขนมไทยโบราณไว้ไม่ให้หาย ด้วยการหันมา “บริโภคขนมไทยโบราณ” คนละไม้คนละมือ เพียงเท่านี้ขนมไทยโบราณก็จะอยู่คู่สังคมไทยสืบไป  sorayahome.com/

 

Related posts

Leave a Comment